เทคโนโลยี (Technology) | วันที่ : 5 มกราคม 2561
นิสสัน นำเสนอความก้าวล้ำของเทคโนโลยีการขับขี่ผ่าน B2V (Brain-to-Vehicle) ที่จะทำให้ยานยนต์สามารถรับรู้และวิเคราะห์สัญญาณสมองของผู้ขับขี่ พร้อมสร้างนิยามใหม่ให้การขับขี่ด้วยประสบการณ์แบบอินเตอร์แอคทีฟ เทคโนโลยี B2V (Brain-to-Vehicle) ของนิสสันจะช่วยทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองของผู้ขับขี่รวดเร็วขึ้น ทำให้สามารถควบคุมการขับขี่ได้ดีมากขึ้น รวมถึงเพิ่มประสบการณ์ขับขี่ที่สนุกยิ่งขึ้นอีกด้วย

เทคโนโลยี B2V เป็นวิวัฒนาการล่าสุดของนิสสัน อินเทลลิเจ้นท์ โมบิลิตี้ ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของนิสสันที่มุ่งเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขับขี่ยานยนต์ในอนาคต รวมถึงการทำให้ยานยนต์ใช้พลังงานขับเคลื่อนที่สะอาด และเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตของคนในสังคม โดยนิสสันจะแสดงเทคโนโลยีสุดล้ำนี้ในงานแสดงเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ปี 2561 หรือ CES 2018 trade show ที่จะจัดขึ้น ณ เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา

“เวลาที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ พวกเขายังคงไม่เห็นภาพที่มนุษย์ให้เทคโนโลยีเป็นผู้ควบคุมทุกอย่างอย่างชัดเจน แต่เทคโนโลยี B2V ได้ทำสิ่งที่แตกต่างออกไป ด้วยการจับสัญญาณสมองของผู้ขับขี่ ในการสร้างประสบการณ์ที่น่าสนุกและตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์นิสสัน อินเทลลิเจ้นท์ โมบิลิตี้ เรากำลังสร้างโลกที่ดีกว่าให้ทุกคนด้วยการนำเสนอเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะที่มีความอัตโนมัติมากขึ้น ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น และสามารถเชื่อมต่อกันได้มากยิ่งขึ้น” มร. แดเนียล สกิลลาชี รองประธานบริหาร ฝ่ายการขายและการตลาดทั่วโลก และประธานคณะกรรมการบริหาร ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ประเทศญี่ปุ่น ภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ คอร์เปอร์เรชั่น กล่าว

เทคโนโลยีล่าสุดจากนิสสัน เป็นผลมาจากการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีถอดรหัสสมองของมนุษย์ เพื่อคาดการณ์การกระทำและตรวจจับความกังวลของผู้ขับขี่ อันได้แก่
การคาดการณ์: โดยจับสัญญาณสมองก่อนที่ผู้ขับขี่จะลงมือทำการต่างๆ เช่น หมุนพวงมาลัย หรือเหยียบคันเร่ง เทคโนโลยีที่เปรียบเสมือนตัวช่วยของผู้ขับขี่จะทำให้การกระทำนั้นเกิดได้รวดเร็วขึ้น ถือเป็นการช่วยเร่งปฏิกริยาตอบสนองของผู้ขับขี่และทำให้สามารถขับขี่ได้ดีมากยิ่งขึ้น
การตรวจจับ: โดยการจับและประเมินความกังวลของผู้ขับขี่ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สามารถเปลี่ยนลักษณะและรูปแบบการขับขี่ได้เมื่ออยู่ในโหมดขับขี่อัตโนมัติ

“นอกจากนี้สิ่งที่ B2V สามารถทำได้คือการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมภายในรถยนต์” ดร. ลูเซียน กอร์เก (Dr. Lucian Gheorghe) นักค้นคว้าวิจัยด้านนวัตกรรมอาวุโส และหัวหน้าโครงการ B2V ศูนย์วิจัยยานยนต์นิสสันในประเทศญี่ปุ่น กล่าวโดย B2V สามารถใช้เทคโนโลยีภาพเสมือน (Augmented Reality - AR) ในการปรับเปลี่ยนสิ่งที่คนขับมองเห็น เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายภายในห้องโดยสาร
“สิ่งที่ B2V สามารถทำได้เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ” ดร. กอร์เก กล่าวเสริม “งานค้นคว้านี้จะเป็นตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ในยานยนต์ของนิสสันต่อไปในอนาคต”

เทคโนโลยี B2V ของนิสสัน ได้รับการคิดค้นขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก โดยผู้ขับขี่ต้องสวมใส่เครื่องจับการทำงานของสมอง ซึ่งจะทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยระบบขับขี่อัตโนมัติ โดยระบบสามารถสั่งให้ยานยนต์ทำงาน เช่น หมุนพวงมาลัย หรือชะลอความเร็วของรถ ได้อย่างนิ่มนวล และรวดเร็วขึ้น 0.2 – 0.5 วินาที โดยพิจารณาจากความคิดที่เกิดขึ้นของผู้ขับขี่
นิสสันจะนำเสนอการทำงานบางส่วนของเทคโนโลยี B2V โดยมี ดร. กอร์เก เป็นผู้ให้สัมภาษณ์ ในงานแสดงเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ (CES) ณ บูธหมายเลข 5431 ณ ลาสเวกัส คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ นอร์ธ ฮอลล์
ทำนายเบอร์มือถือ เบอร์สวย เบอร์มงคล
รับซื้อมือถือ รับเครื่องถึงบ้าน
บูลอาเมอร์ ฟิล์มกระจกกันรอยมือถือ
ที่มา : www.nissan-global.com วันที่ : 5 มกราคม 2561
ปล่อยทีเซอร์ OPPO Find N6 ครั้งแรกของอุตสาหกรรม กับรอยพับที่แทบมองไม่เห็น
OPPO Find N6 สมาร์ตโฟนจอพับที่รอยพับแทบมองไม่เห็น เรียบกว่า อิสระกว่า ทรงพลังทุกมิติ
realme C83 5G สมาร์ตโฟน 5G ตัวเริ่มต้น เน้นแบตเตอรี่ใหญ่ 7000mAh หน้าจอลื่นระดับ 144Hz
iPad Air M4 แรงขึ้น 30% ด้วยชิป M4 พร้อมเพิ่มความลื่นกับ RAM 12GB
Samsung Galaxy S20 FE ชุบชีวิตสมาร์ตโฟนจอแตกเป็นมินิพีซีเกมมิ่งงบประหยัดต่ำกว่า 3,xxx บาท
realme Note 80 ชูจุดเด่นแบต 6300mAh พร้อม ArmorShell กันกระแทก Military-Grade ในราคา 3,xxx