แชร์

ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

ในขณะที่วงการ หุ่นยนต์สวมใส่ (Exoskeleton) มักพึ่งพาเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหวเพื่อตอบสนองต่อก้าวเดินของผู้ใช้แบบตามสถานการณ์แต่ IRMO M1 ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นด้วยการเป็นหุ่นยนต์สวมใส่ระบบการรับรู้ด้วยการมองเห็น (Vision Perception Exoskeleton) รุ่นแรกของโลก ที่ติดตั้งดวงตา AI ให้สามารถมองเห็นและวิเคราะห์สภาพพื้นผิวล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นบันได เนินเขา หรือทางขรุขระ เพื่อปรับแรงพยุงให้เหมาะสม ก่อนที่เท้าของคุณจะแตะพื้น นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปลี่ยนจากการเป็นเพียงเครื่องทุ่นแรงสู่การเป็นเพื่อนร่วมทางอัจฉริยะอย่างแท้จริง

หัวใจสำคัญของ IRMO M1 ไม่ใช่แค่ความแรงของมอเตอร์ แต่คือระบบประมวลผลอัจฉริยะที่ทำงานประสานกันดั่งสมองมนุษย์ ภายใต้แนวคิดการช่วยเหลือเชิงรุกโดยมีรายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจดังนี้

  • ระบบการรับรู้ด้วยการมองเห็น (Vision Perception System): ผสานการทำงานระหว่างกล้องความละเอียดสูงและเซนเซอร์ เรดาร์เลเซอร์ (LADAR) เพื่อสแกนสภาพภูมิประเทศรอบตัวแบบเรียลไทม์ ทำงานร่วมกับอัลกอริทึม AI ที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ที่จะเรียนรู้จังหวะการก้าวเดินเฉพาะตัวของผู้ใช้ เพื่อปรับแรงส่งให้เป็นธรรมชาติและนุ่มนวลที่สุด
  • ขุมพลังและการช่วยผ่อนแรง: ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์กำลังสูง 1,000W (ในรุ่นท็อป) ทำงานร่วมกับข้อต่อแบบ Flexmo ที่เลียนแบบกลไกชีวภาพ (Bio-mimetic) สามารถช่วยลดภาระที่หัวเข่าได้สูงสุดถึง 50 ปอนด์ (ประมาณ 22.7 กิโลกรัม) หรือช่วยผ่อนแรงในการเดินได้ราว 45% ทำให้การเดินป่าระยะไกลหรือการขึ้นบันไดสูงชันกลายเป็นเรื่องง่าย
  • พลังงานที่ต่อเนื่อง: ออกแบบมาให้รองรับการใช้งานจริงในป่าด้วยแบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ทันที ให้คุณเปลี่ยนก้อนใหม่ได้เลยโดยไม่ต้องรอชาร์จ พร้อมระบบหมุนเวียนพลังงานจลน์ที่ชาร์จไฟกลับขณะเดินลงเนิน ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้สูงสุด 8 ชั่วโมง
  • ทางเลือก 3 รุ่นย่อย: เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย IRMO M1 มาพร้อม 3 ตัวเลือก ได้แก่ M1 Neo (รุ่นเริ่มต้น), M1 Pro และ M1 Ultra (รุ่นท็อปสมรรถนะสูง) โดยรุ่นเริ่มต้นเปิดตัวใน Kickstarter ด้วย ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว (Early Bird) ประมาณ $399 (ราว 13,xxx บาท) ซึ่งถือว่าจับต้องได้ง่ายเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่ได้รับ
  • วัสดุและดีไซน์: โครงสร้างหลักผลิตจาก คาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้มีน้ำหนักเบาเพียง 4.4 ปอนด์ (ประมาณ 2 กิโลกรัม) ออกแบบมาให้สวมใส่และถอดออกได้รวดเร็วภายใน 20 วินาที พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54 (และสูงสุดถึง IP67 ในรุ่น Pro/Ultra) รองรับการลุยฝนและฝุ่นควันได้อย่างมั่นใจ
  • โหมดการใช้งานหลากหลาย: ควบคุมผ่านแอปพลิเคชันด้วยโหมดต่างๆ เช่น โหมดเทอร์โบ (Turbo Mode) สำหรับทางชัน, โหมดประหยัด (Eco Mode) สำหรับเดินไกลเพื่อประหยัดแบตเตอรี่, และโหมดฝึกฝน (Training Mode) ที่สร้างแรงต้านเบาๆ เพื่อการออกกำลังกาย

การมาของ IRMO M1 สะท้อนให้เห็นเทรนด์ของหุ่นยนต์สำหรับผู้บริโภคที่เริ่มขยับเข้าใกล้ผู้ใช้ทั่วไปมากขึ้น จุดเด่นเรื่องระบบการมองเห็นคือการแก้ปัญหาหลักเดิมของหุ่นยนต์สวมใส่ยุคเก่าที่มักจะกระตุกหรือหน่วงเมื่อเจอกับสภาพพื้นที่เปลี่ยนกะทันหัน การใช้ AI อ่านสภาพทางล่วงหน้าจึงทำให้ จังหวะการเดินเป็นธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีนี้อาจต่อยอดไปสู่การช่วยเหลือผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ

IRMO M1 ถือเป็นก้าวแรกที่กล้าหาญในการนำเทคโนโลยี Vision AI มาใส่ในอุปกรณ์ระดับผู้บริโภคทั่วไป โปรเจกต์ระดมทุนนี้จะสิ้นสุดในวันที่ 4 มกราคม 2026 หากทำได้จริงตามสเปคและส่งมอบได้ตามกำหนด นี่จะเป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนนิยามการเดินทางของผู้คนไปตลอดกาล

ติดตามข่าวสารมือถือได้ที่
www.facebook.com/siamphonedotcom

ทำนายเบอร์มือถือ เบอร์สวย เบอร์มงคล
รับซื้อมือถือ รับเครื่องถึงบ้าน
บูลอาเมอร์ ฟิล์มกระจกกันรอยมือถือ

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่