แชร์

ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

วงการสมาร์ตโฟนเตรียมพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อข้อมูลหลุดจากห่วงโซ่อุปทานเผยให้เห็นว่า iPhone 18 Pro Max จะหันมาใช้ระบบกล้องรูรับแสงแบบกลไกแทนการพึ่งพาซอฟต์แวร์ประมวลผลภาพเพียงอย่างเดียว โดยมาพร้อมขุมพลังชิปสถาปัตยกรรม 2 นาโนเมตรรุ่นใหม่และการปรับโครงสร้างตัวเครื่องเพื่อรองรับนวัตกรรมฮาร์ดแวร์ระดับโปรอย่างเต็มรูปแบบ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การพัฒนา Apple รวมถึงแบรนด์คู่แข่งมุ่งเน้นไปที่ระบบประมวลผลภาพด้วยซอฟต์แวร์เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการดึงรายละเอียดในที่มืดด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือการใช้ระบบ Photonic Engine ของ Apple เพื่อจัดการภาพหลังการถ่าย แต่ข้อมูลหลุดในเดือนเมษายนชี้ให้เห็นว่า Apple กำลังเปลี่ยนแนวทางกลับสู่รากฐานทางฟิสิกส์ของการถ่ายภาพ ด้วยการติดตั้งใบพัดรูรับแสงที่ปรับค่าได้จริงทางกลไก ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ช่างภาพใช้งานมาอย่างยาวนาน

มีรายงานยืนยันว่าซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนอย่าง Sunny Optical ได้เริ่มเดินสายการผลิตมอเตอร์ขับเคลื่อนสำหรับระบบดังกล่าวแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ชื่อดังที่เคยระบุไว้เมื่อปลายปี 2024 การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เนื่องจากสมาร์ตโฟนรุ่นโปรของ Apple ตั้งแต่รุ่น 14 จนถึงรุ่น 17 ล้วนใช้กล้องรูรับแสงคงที่ระดับ f/1.78 มาโดยตลอด การนำระบบกลไกที่ปรับค่าได้ตั้งแต่ f/1.6 ไปจนถึง f/22 มาใช้ จะช่วยลดปัญหาภาพสว่างเกินไปเมื่อถ่ายในสภาพแสงจ้า และสร้างมิติความชัดลึกหรือโบเก้รอบเส้นผมและเนื้อผ้าได้อย่างเป็นธรรมชาติกว่าการใช้ซอฟต์แวร์จำลอง

การนำระบบกลไกมาใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์จำเป็นต้องใช้พลังงานและการประมวลผลขั้นสูง ซึ่ง Apple ได้เตรียมการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ส่วนอื่นๆ ไว้รองรับอย่างครบครัน สามารถสรุปรายละเอียดสเปกเด่นที่หลุดออกมาได้ดังนี้

  • ชิปประมวลผลรุ่นใหม่: ขับเคลื่อนด้วยชิปรหัส A20 Pro ซึ่งผลิตบนสถาปัตยกรรมระดับ 2 นาโนเมตรของ TSMC โดยมีการผสานหน่วยความจำหลักเข้ากับซีพียู จีพียู และหน่วยประมวลผลประสาทเทียมไว้บนเวเฟอร์เดียวกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้ถึง 30%
  • ระบบรักษาความปลอดภัย: อัปเกรดเทคโนโลยีสแกนใบหน้าโดยซ่อนระบบ Face ID ไว้ใต้หน้าจอแสดงผล
  • สีสันใหม่: ตัวเครื่องมาพร้อมตัวเลือกสีแดงเข้ม Dark Cherry
  • การออกแบบตัวเครื่อง: แลกมาด้วยขนาดที่หนาขึ้นประมาณ 8.8 มิลลิเมตร และน้ำหนักตัวเครื่องที่เพิ่มขึ้นเป็น 240 ถึง 243 กรัม เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับชิ้นส่วนกล้องแบบใหม่

ก้าวต่อไปที่ต้องจับตามองคือเรื่องของความทนทานและค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง เนื่องจากชิ้นส่วนที่มีการเคลื่อนไหวภายในโมดูลกล้องย่อมเพิ่มความเสี่ยงในการชำรุดจากการใช้งานในระยะยาว จำนวนใบพัดรูรับแสงที่ยังไม่ถูกเปิดเผยจะเป็นตัวกำหนดคุณภาพของความเบลอในภาพถ่าย การเปิดตัวในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า การผสานกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์เข้ากับเทคโนโลยีปัจจุบัน จะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของอัลกอริทึมที่ครองตลาดกล้องสมาร์ตโฟนมานับทศวรรษได้สำเร็จหรือไม่

แหล่งที่มา yankodesign

ติดตามข่าวสารมือถือได้ที่
www.facebook.com/siamphonedotcom

ทำนายเบอร์มือถือ เบอร์สวย เบอร์มงคล
รับซื้อมือถือ รับเครื่องถึงบ้าน
บูลอาเมอร์ ฟิล์มกระจกกันรอยมือถือ

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่