ไอบีเอ็มเปิดตัวซอฟต์แวร์ใหม่ที่ยกระดับความสามารถในการตรวจสอบ ควบคุม และการทำงานอัตโนมัติ ช่วยให้องค์กรต่างๆ จัดการและปรับใช้บริการคลาวด์ได้อย่างปลอดภัย ในงาน Pulse Comes To You 2012 นำเสนอแนวทางใหม่แก่พันธมิตรและลูกค้าเกี่ยวกับการพัฒนาระบบคลาวด์ รวมทั้งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ SmartCloud Foundation พร้อมด้วยเทคโนโลยีโมบิลิตี้และระบบรักษาความปลอดภัย

ผลการศึกษาฉบับล่าสุดของสถาบันเพื่อมูลค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม (IBM Institute for Business Value) ระบุว่า 90 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรมีแผนที่จะปรับใช้หรือกำลังปรับใช้รูปแบบคลาวด์อย่างกว้างขวางในช่วงสามปีข้างหน้า ขณะที่องค์กรต่างๆ กำลังพัฒนาต่อยอดจากดาต้าเซ็นเตอร์แบบเวอร์ช่วลไลซ์และขยายสภาพแวดล้อมคลาวด์ ก็ต้องเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า “การแผ่ขยายของเวอร์ช่วลอิมเมจ” (virtual image sprawl)โดยทั่วไปแล้ว เวอร์ช่วลอิมเมจมีขนาดประมาณ 5-20 กิกะไบต์ และเมื่อคูณกับจำนวนเวอร์ช่วลอิมเมจหลายพันชุดที่สร้างขึ้นในปัจจุบัน ขณะที่องค์กรขนาดใหญ่มีเวอร์ช่วลแมชชีน 5,000-20,000 เครื่อง ด้วยเหตุนี้ผู้จัดการฝ่ายไอทีจึงต้องแบกรับปัญหาและค่าใช้จ่ายจำนวนมาก อีกทั้งยังต้องปรับปรุงระดับการให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย
นางเจษฎา ไกรสิงขร กรรมการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ๋ ธุรกิจคอมพิวเตอร์ ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เวอร์ช่วลอิมเมจมีขนาดเพิ่มขึ้นสามเท่าทุกๆ สองปี แซงหน้าพลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้นเพียงสองเท่าในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่งบประมาณด้านไอทีก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นั่นหมายความว่าทุกๆ สองปี องค์กรจะต้องขยายโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ 1.5 เท่าเพื่อรองรับระบบคลาวด์ และจะต้องเพิ่มบุคลากรเป็นสองเท่าอีกด้วย นับเป็นปัญหาในเรื่องค่าใช้จ่ายและการจัดการที่ไม่ยั่งยืน ซึ่งสวนทางกับประโยชน์ที่เราพึงได้รับจากเทคโนโลยีคลาวด์"

โซลูชั่นใหม่ SmartCloud Foundation จากไอบีเอ็มช่วยให้องค์กรสามารถติดตั้ง จัดการ กำหนดค่า และสร้างระบบงานอัตโนมัติสำหรับการสร้างบริการคลาวด์ในสภาพแวดล้อมแบบส่วนตัว (Private), สาธารณะ (Public) หรือแบบผสมผสาน (Hybrid) โดยมอบระดับการควบคุมที่เหนือกว่าโซลูชั่นอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาดก่อนหน้านี้ ผลิตภัณฑ์ใหม่เมื่อใช้งานร่วมกันจะช่วยให้ลูกค้าเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ ลดความเสี่ยง และปรับปรุงขีดความสามารถในการควบคุมการปรับใช้บริการคลาวด์ควบคู่ไปกับระบบใช้งานจริงที่มีอยู่ภายในองค์กร
ไอบีเอ็มพัฒนาต่อยอดจากประสบการณ์การทำงานร่วมกับลูกค้า โดยได้เปิดตัวความสามารถใหม่ๆ ของ IBM SmartCloud Continuous Delivery ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ประกอบด้วยแบบแผนการทำงานที่ดีที่สุดสำหรับรองรับการจัดการวงจรการใช้งานของบริการคลาวด์ โดยผสานรวมโซลูชั่น Rational Collaborative Lifecycle Management เข้ากับ IBM SmartCloud Provisioning รวมถึง IBM SmartCloud Monitoring โซลูชั่นที่มีความเชี่ยวชาญระดับชั้นนำเพื่อปรับปรุงขีดความสามารถในการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของสภาพแวดล้อมแบบเวอร์ช่วลและฟิสิคอล ทั้งในส่วนของทรัพยากรสตอเรจ เครือข่าย และเซิร์ฟเวอร์ ซอฟต์แวร์ดังกล่าวประกอบด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลทางด้านธุรกิจและเทคนิค เพื่อรองรับการวางแผนกำลังความสามารถของระบบและการจัดสรรเวิร์กโหลด ซอฟต์แวร์นี้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลในอดีตและคาดการณ์อนาคต จึงช่วยให้ฝ่ายไอทีสามารถป้องกันปัญหาบริการคลาวด์หยุดทำงาน ทั้งยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าใช้จ่ายในส่วนของไลเซนส์ซอฟต์แวร์ และค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์

ลูกค้าที่ใช้ซอฟต์แวร์ SmartCloud Foundation จะได้รับประโยชน์มากมายอย่างเป็นรูปธรรม เช่น:
องค์กรต่างๆ มองว่าระบบคลาวด์คอมพิวติ้งคือหนทางที่จะช่วยปรับปรุงความรวดเร็วในการตอบสนองและประหยัดค่าใช้จ่ายทางด้านไอที และขณะเดียวกัน ขอบเขตของไอทีก็ขยายไปไกลเกินกว่าดาต้าเซ็นเตอร์ เครือข่าย และเวิร์กสเตชั่น ไปสู่อุปกรณ์พกพาที่รองรับการทำงานอัจฉริยะ และลูกค้าก็ต้องการที่จะควบคุมระบบเวอร์ช่วลไลซ์แบบกระจัดกระจายนี้ในลักษณะเดียวกันกับรูปแบบไอทีแบบเดิมๆ

ก้าวเข้าสู่ยุคโมบายล์อย่างเต็มตัว
ขณะที่องค์กรต่างๆ หันมาใช้คอมพิวเตอร์แลปท็อปและมือถือเพิ่มมากขึ้น ก็มีปัจจัยสำคัญมากมายที่จะต้องพิจารณา เช่น สภาพแวดล้อมการทำงานทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงในปัจจุบัน ซึ่งทำให้ผู้ใช้จำนวนมากต้องเปิดแลปท็อปทิ้งไว้ตลอดเวลา โดยที่ระบบไม่ได้เข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ ปัญหาเรื่องการขโมยแลปท็อปก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่สำคัญที่สุดซึ่งนำไปสู่ปัญหาข้อมูลองค์กรรั่วไหลในช่วงปี 2011 ไอบีเอ็มมีโซลูชั่นครบวงจรในการบริหารจัดการอุปกรณ์โมบายล์เหล่านี้ คือ
ไอบีเอ็มผสานรวมการจัดการอุปกรณ์เชื่อมต่อและระบบรักษาความปลอดภัยเข้าไว้ในโซลูชั่นเดียวด้วย Tivoli Endpoint Manager เพื่อให้ผู้จัดการฝ่ายไอทีสามารถตรวจสอบและจัดการอุปกรณ์เชื่อมต่อทั้งแบบฟิสิคอลและเวอร์ช่วลได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์กรต่างๆ จะสามารถปกป้องและจัดการทรัพยากรไอทีได้ดีขึ้น ทั้งยังสามารถตรวจสอบ ควบคุม และสร้างระบบงานอัตโนมัติสำหรับงานไอทีที่ต้องใช้เวลานาน เช่น การจัดการแพตช์ และการจัดทำบัญชีทรัพยากร
การพัฒนาปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย
ในช่วงสัปดาห์แรกของปี 2012 มีการโจมตีขั้นสูงเกิดขึ้น จนเป็นที่คาดการณ์ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงปีนี้อาจแซงหน้าปี 2011 ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกขนานนามว่าเป็น “ปีแห่งการละเมิดความปลอดภัย” ภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้หลายๆ องค์กรหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของการรักษาความปลอดภัยกันมากขึ้น เพื่อรองรับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ระบบรักษาความปลอดภัยไม่สามารถคุ้มครององค์กรอย่างทั่วถึงด้วยมาตรการป้องกันภัยจากรอบนอกอีกต่อไป ทั้งนี้เพราะมีการใช้งานคลาวด์คอมพิวติ้ง สมาร์ทโฟน และอินเทอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลาย จนส่งผลให้เทคนิคแบบเดิมๆ ไม่สามารถใช้การได้อีกต่อไป อย่างไรก็ดี มีแนวทางใหม่สำหรับการรักษาความปลอดภัย ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่าจะสามารถสร้างสมดุลของอำนาจให้กลับคืนมาอีกครั้ง และก่อให้เกิดประโยชน์แก่ลูกค้า แนวทางที่ว่านี้เรียกว่า Security Intelligence ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสได้อย่างมากเลยทีเดียว

“Security Intelligence เป็นการปรับใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงและเทคโนโลยีระบบงานอัตโนมัติสำหรับการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งที่มาหลายร้อยแหล่งทั่วทั้งองค์กร เช่น เครือข่าย แอพพลิเคชั่น กิจกรรมของผู้ใช้ อุปกรณ์พกพาที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย โดยมีการตรวจสอบองค์กรโดยรวมทั้งหมด เพื่อป้องกัน คาดการณ์ และตรวจจับภัยคุกคาม แทนที่จะใช้แนวทางแบบแยกเป็นส่วนๆ” นางเจษฎา กล่าว
ไอบีเอ็มได้พัฒนากลยุทธ์และแนวทางด้านเทคนิคสำหรับระบบอัจฉริยะด้านการรักษาความปลอดภัย (Security Intelligence) โดยมุ่งเน้นการวิจัยอย่างแข็งแกร่ง ทั้งนี้ เมื่อเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว ไอบีเอ็มได้เข้าซื้อกิจการของ Q1 Labs และทีมงานของบริษัทดังกล่าวมีบทบาทหลักในส่วนงานที่จัดตั้งขึ้นใหม่ภายใต้ชื่อ Security Systems โดยต่อยอดจากเทคโนโลยีของบริษัทด้านการรักษาความปลอดภัยกว่า 10 บริษัทที่ไอบีเอ็มได้เข้าซื้อกิจการในช่วงทศวรรษที่แล้ว รวมไปถึงบริษัทด้านระบบวิเคราะห์ข้อมูลกว่า 25 บริษัท และบริษัทซอฟต์แวร์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลความปลอดภัยที่มีชื่อว่า i2
ทำนายเบอร์มือถือ เบอร์สวย เบอร์มงคล
บูลอาเมอร์ ฟิล์มกระจกกันรอยมือถือ
ที่มา : www.ibm.com วันที่ : 22 สิงหาคม 2555
Samsung Galaxy Z Fold 8 Ultra ยกระดับสมาร์ตโฟนจอพับด้วย Flex Titanium พร้อมอัปเกรดสเปคจอสุดเนียนตา
HONOR Robot Phone ยืนยันเปิดตัว 12 สิงหาคมนี้ พร้อมเผยนวัตกรรมกล้อง Gimbal แขนกลสุดล้ำจากคลิปแกะก...
5 สมาร์ตโฟนกล้องคุ้มเกินราคา ในงบไม่เกิน 15,000 บาท ประจำเดือนกรกฎาคม 2026
พรีวิว Samsung Galaxy Z Flip8 สมาร์ตโฟนจอพับรุ่นล่าสุด บานพับแกร่งขึ้น พร้อมกล้อง Pro Visual Engine
vivo V70 FE ดีไหม? สมาร์ตโฟน 5G กล้อง 200MP แบต 7000mAh ใช้งานคุ้มค่าในปี 2026
รีวิว Infinix HOT70 สมาร์ตโฟนดีไซน์หรู สเปคแรงคุ้มค่า ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ไม่หยุดนิ่ง
Apple iPhone 18 Pro คาดราคาพุ่งเฉียด 10,000 บาท เซ่นพิษต้นทุนชิปฯ 2nm และวิกฤตหน่วยความจำขาดแคลน
5 สมาร์ตโฟนที่คนค้นหามากที่สุดใน Siamphone อัปเดตเดือนกรกฎาคม 2026
Redmagic Astra 2 แท็บเล็ตเกมมิ่งตัวท็อป หน้าจอ 185Hz ชิปเซ็ตตัวแรง และระบบระบายความร้อนระดับเทพ
5 สมาร์ตโฟนกล้องคุ้มเกินราคา ในงบไม่เกิน 15,000 บาท ประจำเดือนกรกฎาคม 2026
Samsung Galaxy Tab S10 Lite ดีไหม? แท็บเล็ตพร้อม S Pen จอ 10.9 นิ้ว เหมาะกับเรียนและทำงาน
สมาร์ตโฟนรุ่นเล็กสเปคแรง สำหรับนักเรียน-นักศึกษา เริ่มต้นแค่ 3,000 บาท ประจำเดือนกรกฎาคม 2026