หมวดอื่นๆ (Other) | วันที่ : 3 ธันวาคม 2559
"เหรียญย่อมมี 2 ด้าน" และ โซเชียลเน็ตเวิร์ค ก็เช่นกัน เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นช่องทางการสื่อสารที่สะดวกรวดเร็ว ในการติดต่อสื่อสาร และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปสู่คนภายนอกแล้ว โซเชียลเน็ตเวิร์ค ยังจัดว่าเป็นภัยเงียบระดับต้นๆ ที่มีผลต่อมนุษย์โดยตรงเลยก็ว่าได้
จากผลการวิจัยของ องค์กรเกี่ยวกับสุขภาพ หรือ นักจิตวิทยา ชั้นนำต่างๆ ได้กล่าวโดยสรุปว่า "การที่คุณติด โซเชียลเน็ตเวิร์ค มากเกินไปมีผลทำให้สุขภาพกาย และสุขภาพใจของคุณแย่ลง เนื่องจากคุณเอาแต่หมกหมุ่นอยู่กับมันเพียงอย่างเดียว" แต่ถึงแม้คุณจะรู้ว่ามันเป็นภัยที่คอยกัดกินคุณภาพชีวิตอยู่ทุกวัน คุณก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไรคุณถึงเสพติดมัน ฉะนั้นทางไทยแวร์จึงได้จัดทำ Infographic ฉบับที่ 40 ในหัวข้อที่ว่า ทำไมคนยุคดิจิทัลถึงติดโซเชียล มาให้คุณได้อ่านกัน
เหตุผลที่ทำให้คนยุคดิจิทัลติดโซเชียลเน็ตเวิร์ค
มีอิสระในการแสดงความรู้สึก - ทุกคนมีอารมณ์ และความรู้สึก ที่ไม่สามารถแสดงออกมาได้ ในสังคมแห่งความเป็นจริงเพราะมันอาจจะทำให้ผิดใจกับคนรอบข้างได้ เช่น หากคุณ เกลียดหัวหน้า / เพื่อนร่วมงาน ก็คงไม่มีใครเดินเข้าไปด่า หรือโวยวายใส่แน่นอน แต่ถ้าเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์ค คุณสามารถระบายสิ่งเหล่านั้น ได้ดั่งใจโดยไม่ต้องเกรงใจใครทั้งสิ้น
ง่ายต่อการติดต่อสื่อสาร - เดิมทีมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม ช่างพูด ช่างสื่อสาร และชอบที่จะแบ่งปันเรื่องราวอยู่แล้ว แต่ด้วยก่อนหน้านี้การสื่อสารเป็นสิ่งที่มีราคาสูง และไม่ค่อยสะดวกสบายมากนัก ทำให้มนุษย์เราไม่ค่อยหันมาใช้งานกันมากนัก (ถ้าไม่มีเหตุอันควร) แต่แล้วเมื่อ โซเชียลเน็ตเวิร์ค เข้ามามีบทบาท ทำให้การสื่อสารทั้งในและต่างประเทศง่ายดายขึ้น ค่าใช้จ่ายต่ำลง มนุษย์ยุคดิจิทัลจึงหันมาแบ่งปันเรื่องราว และพูดคุยกับเพื่อน หรือทำความรู้จักกับคนภายนอกมากขึ้น
อยากเป็นที่ยอมรับในสังคมออนไลน์ - โลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่สมบูรณ์แบบ และงดงามมากนัก คุณอาจจะรู้สึกว่าตัวตนของคุณ นิสัยของคุณ อาจไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับเท่าไหร่ และด้วยเหตุนี้ คุณจึงเลือกวิธีที่ง่ายที่สุดนั่นคือ สร้างตัวตนใหม่ ขึ้นมา ซึ่งการสร้างตัวตนนั้นอาจจะมาจาก นิสัยจากคนที่นับถือชื่นชอบ หรือ ตัวละครจากนิยาย ภาพยนตร์ เพื่อให้ตนเองรู้สึกเท่, มีคุณค่ามากขึ้น และเมื่อมีคนมาสนใจมากๆ ก็ทำให้ตัวคุณเองรู้สึกว่าได้เป็นที่ยอมรับในสถานที่นั้นแล้ว
ค้นหาสังคมเดียวกัน - คงจะโชคดีไม่น้อย ถ้าหากคนใกล้ตัวคุณมีความสนใจในเรื่องเดียวกัน แต่แท้จริงแล้วในสังคมส่วนใหญ่นั้นไม่ได้โชคดีแบบนั้น โลกออนไลน์ โดยเฉพาะโซเชียลเน็ตเวิร์ค จึงเป็นทางออกง่ายๆ ในการหากลุ่มคนที่มีความสนใจร่วมกัน พูดคุยกันได้อย่างสนุกสนาน
อัพเดทข่าวสาร - เพื่อให้ติดตามกระแสสังคม หรือก้าวทันการเคลื่อนไหวจากทั่วทุกมุมโลก โซเชียลเน็ตเวิร์คจึงเป็นช่องทางการสื่อสาร ที่จะช่วยให้คุณสามารถติดตามข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของคนที่ชอบ อาทิ ดารา, ศิลปิน หรือ เน็ตไอดอล ได้ตลอดเวลา
โรคที่ตามมาจากการติดโซเชียลเน็ตเวิร์ค
โนโมโฟเบีย (Nomophobia) - มาจากคำว่า "No Moblie Phone Phobla" บัญญัติขึ้นเมื่อปี 2010 เพื่อให้เรียกอาการทางจิตชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากความวิตกกังวลมากเกินเมื่อขาดโทรศัพท์มือถือ พบมากในกลุ่มอายุ 18-24 ปี ที่เช็กมือถือบ่อยเฉลี่ย 35 ครั้งต่อวัน และ เมื่อกลุ่มคนที่เป็นโรค โนโมโฟเบีย (Nomophobia) อยู่ในสถานการณ์ หรือ สถานที่ ที่ไม่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือได้ จะมีอาการ หงุดหงิด, กระวนกระวาย, ตัวสั่น, เครียด เหงื่อออก เป็นต้น
ละเมอแชท (Sleep-Texting) - อาการละเมอแชทสาเหตุหลักๆ มาจากพฤติกรรมติดมือถือมากจนเกินไป จนสมองสร้างความวิตกกังวลต่อข้อความที่ถูกส่งมา ซึ่งผู้ป่วยเป็นโรค ละเมอแชท (Sleep-Texting) จะมีพฤติกรรมตอบสนองต่อเสียงข้อความที่แจ้งเตือนขึ้นมาก และจะไม่รู้สึกตัวขณะที่กดส่งข้อความ เพราะเป็นสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น
โรคเศร้าจาก Facebook - ข้อมูลจากวารสารการแพทย์กุมารเวชศาสตร์ อเมริกัน ระบุว่า "ผู้ที่ใช้เวลาอยู่บนเครือข่ายสังคมออนไลน์มากๆ อย่าง Facebook นั้น อาจได้รับความทุกข์ทรมานจาก สภาวะซึมเศร้าบนเฟซบุ๊ค หรือ ที่รู้จักกันในวงการแพทย์ คือ "Facebook Depression Syndrome"
และเหตุที่ทำให้ผู้ใช้ Facebook เกิดสภาวะซึมเศร้า นั่นเพราะ Facebook เป็นสิ่งที่สร้าง ความเป็นจริงจอมปลอม โดยผู้ใช้จะพยายามโพสต์แต่เรื่องราวด้านดีด้านเดียวของชีวิต และหลบซ่อนจากสิ่งเลวร้าย ของตนเอง ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ ผู้ที่เข้ามาชมจะเห็นแต่ภาพชีวิตที่สมบูรณ์แบบของผู้อื่น จนกลายมาเป็นความรู้สึกเปรียบเทียบ และปมด้อยไปในที่สุด
วิธีลดอาการติดโซเชียลเน็ตเวิร์ค
หางานอดิเรกทำ - เพื่อลดอาการติดโซเชียลเน็ตเวิร์ค คุณควรจะต้องเริ่มมองหากิจกรรมที่ตนชื่นชอบ หรือ สิ่งใหม่ๆ ทำเพื่อสุขภาพกายและใจได้พักผ่อนบ้าง อาทิ ออกไปเที่ยวบ้าง ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ เป็นต้น
จำกัดเวลาเล่นโซเชียล - โซเชียลเน็ตเวิร์ค ก็เหมือนสิ่งเสพติดชนิดหนึ่ง ที่ไม่สามารถเลิกได้ด้วยวิธีหักดิบ ฉะนั้นวิธีง่ายๆ ก็คือ จำกัดเวลาเล่นตามความเหมาะสม และเมื่อร่างกายปรับตัวได้ ก็ค่อยๆ ลดลงมาเรื่อยๆ ซึ่งถ้าหากเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ คุณก็จะสามารถอยู่ได้ทั้งวัน โดยที่ไม่ต้องเข้าหาโซเชียลเน็ตเวิร์ค
และเมื่อเรารู้ถึงอีกด้านหนึ่ง ของช่องทางการสื่อสาร โซเชียลเน็ตเวิร์ค แล้ว ทางทีมงานก็หวังว่าคุณจะนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของคุณเองไม่มากก็น้อย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
ทำนายเบอร์มือถือ เบอร์สวย เบอร์มงคล
รับซื้อมือถือ รับเครื่องถึงบ้าน
บูลอาเมอร์ ฟิล์มกระจกกันรอยมือถือ
ที่มา : newsletter.thaiware.com วันที่ : 3 ธันวาคม 2559
5 สมาร์ตโฟนเน้นแบตฯ อึด ใช้งานได้ข้ามวัน สำหรับสายเดินทาง ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2026
Google Pixel 10a เปิดตัวทางการภายใต้แนวคิด The Real Deal อัปเกรดความทนทานและชาร์จไวในราคาเดิม
iPhone 17e รุ่นราคาเอื้อมถึง มาพร้อมความแรงชิป A19 แถมรองรับ MagSafe ในตัว
realme 16 5G ชูดีไซน์ Camera Bar พร้อม Selfie Mirror ครั้งแรกในอุตสาหกรรมถ่ายเซลฟีคุณภาพสูง
Ugreen สวนกระแสงาน CES 2026 เปิดตัวพาวเวอร์แบงก์ 10,000mAh ฝังเครื่องบันทึกเสียง AI ในตัว
เผย 5 จุดเด่นของ MG IM5 พร้อมให้คนไทยได้เป็นเจ้าของ6 ชั่วโมงที่แล้ว
Dreame โชว์ศักยภาพ Smart Ecosystem พลัง AI ในงาน AWE 202622 ชั่วโมงที่แล้ว