แชร์

ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

Blackview MEGA 12 เมื่อความอึดถึกทนผสานเข้ากับดีไซน์และประสิทธิภาพระดับ PC วงการแท็บเล็ตมักถูกจำกัดด้วยกรอบเดิมๆ ที่ต้องเลือกระหว่างความสวยงามเปราะบางหรือความทนทานแต่เทอะทะ ทว่า Blackview ผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์สมบุกสมบันมากว่า 13 ปี ได้ทลายกำแพงนี้ลงด้วยการเปิดตัว MEGA 12 แท็บเล็ตระดับเรือธงรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับสูงสุด IP69K ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อปลดล็อกอิสระในการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง โดยผสานความทนทานขั้นสุดเข้ากับหน้าจอคุณภาพสูงและประสิทธิภาพการทำงานระดับพีซีได้อย่างลงตัวโดยไม่ต้องประนีประนอมกับดีไซน์

No.1 ครั้งแรกของโลกกับความแกร่งระดับ IP69K ในดีไซน์ที่บางเฉียบ

จุดเด่นที่ทำให้ MEGA 12 แตกต่างจากแท็บเล็ตทั่วไปในตลาดคือการได้รับรองมาตรฐาน IP69K ซึ่งเหนือกว่า IP68 ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง โดยสามารถทนแรงดันน้ำสูงถึง 100 บาร์ และน้ำร้อนอุณหภูมิสูงถึง 85 องศาเซลเซียสได้ อีกทั้งยังสามารถแช่อยู่ในน้ำลึก 1.5 เมตรได้นานถึง 30 นาที รวมถึงทนต่อสภาพฝนและการกัดกร่อนจากละอองเกลือได้นาน 24 ชั่วโมง พร้อมกันฝุ่นได้ 100% ทำให้รองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมสุดหินได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไซต์ก่อสร้าง งานในฟาร์ม ห้องน้ำ ห้องครัวที่เปียกชื้น หรือทริปแคมปิ้งสุดลุย ที่น่าประทับใจคือวิศวกรรมการออกแบบที่สามารถอัดแน่นความแข็งแกร่งนี้ลงในตัวเครื่องที่บางเพียง 8.2 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 690 กรัมเท่านั้น พร้อมระบบซีลที่แน่นหนาและฟีเจอร์ระบายน้ำและฝุ่นออกจากลำโพงด้วยปุ่มเดียว

No.2 หน้าจอ 12.2 นิ้ว 2.4K ดำดิ่งทุกความบันเทิง

ในด้านการแสดงผล Blackview จัดเต็มด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 12.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2.4K ที่ให้อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 94.2% ซึ่งเพิ่มพื้นที่ใช้งานมากกว่าแท็บเล็ตทั่วไปราว 7% การแสดงผลมีความลื่นไหลด้วยเทคโนโลยี AI Smart Refresh Rate 120Hz ที่ปรับการทำงานตามคอนเทนต์อย่างชาญฉลาด และรองรับมาตรฐาน Widevine L1 สำหรับการสตรีมคอนเทนต์ความละเอียด 1080P บนแพลตฟอร์มชั้นนำได้อย่างเต็มอรรถรส เสริมด้วยระบบเสียงลำโพง 4 ตัวแบบ Quad Smart-K Box และเทคโนโลยีลดแสงสีฟ้าที่ได้รับการรับรองจาก TÜV SÜD เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่ดื่มด่ำแต่ยังคงสบายตาตลอดการใช้งาน

No.3 ปลดล็อกประสิทธิภาพการทำงานระดับ PC ด้วย PC Mode 3.0

MEGA 12 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นอุปกรณ์ทดแทน PC ได้อย่างแท้จริง ด้วยฟีเจอร์ PC Mode 3.0 และ Split Screen 2.0 ที่เปลี่ยนหน้าจอสัมผัสให้กลายเป็นเวิร์กสเตชันแบบเดสก์ท็อปสำหรับการทำงานหลายหน้าต่างพร้อมกัน รองรับการใช้งาน WPS Office เต็มรูปแบบทั้ง Word, Excel, PowerPoint และการแก้ไข PDF เสริมด้วยฟีเจอร์ Notebook 2.0 ที่รองรับการเขียนด้วยลายมือ บันทึกเสียง และแคปเจอร์ภาพ ยิ่งไปกว่านั้น ทางแบรนด์ยังมอบความคุ้มค่าด้วยการแถมชุดอุปกรณ์เสริม Productivity มาให้ฟรีในกล่องแบบจัดเต็ม ได้แก่ คีย์บอร์ดแม่เหล็ก, เมาส์, สไตลัส, หูฟัง และฟิล์มกระจกนิรภัย พร้อมฟีเจอร์ Hi Doki AI ที่เข้ามาช่วยยกระดับประสิทธิภาพทั้งงานเขียน, การช่วยทำการบ้าน และการสรุปไฟล์เอกสารต่างๆ

No.4 กล้อง 50MP Samsung JN1 คมชัดที่สุดในวงการ

ยกระดับการถ่ายภาพบนแท็บเล็ตด้วยกล้องหลัง 50MP เซนเซอร์ Samsung JN1 ที่ให้ความคมชัดสูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสแกนเอกสาร, การบันทึกเนื้อหาการเรียน และการถ่ายภาพทั่วไป ส่วนกล้องหน้า 13MP รองรับวิดีโอคอลคมชัด พร้อมฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอระดับ 2K, Google Lens และเครื่องมือแต่งภาพด้วย AI (ImageX) ที่ช่วยให้การแปลภาษา จดจำวัตถุ หรือปรับแต่งรูปภาพเป็นเรื่องง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส เปลี่ยนกล้องให้เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอัจฉริยะได้อย่างสมบูรณ์แบบ

No.5 ประสิทธิภาพเรือธงที่ลื่นไหลที่สุดด้วยชิปฯ 4nm 5G

ภายใต้ตัวเครื่องที่เพรียวบางซ่อนขุมพลังชิปเซ็ต 4 นาโนเมตร MediaTek Dimensity 7200 รองรับ 5G ที่โดดเด่นเรื่องการจัดการพลังงาน ทำงานร่วมกับ RAM แบบ LPDDR5 สูงสุดถึง 48GB และหน่วยความจำ UFS 3.1 ขนาด 512GB ทำให้การทำงานหลายอย่างพร้อมกันยังคงรวดเร็วและลื่นไหลต่อเนื่อง รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 6E และระบบระบายความร้อนขั้นสูง ส่วนแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 10,000mAh มาพร้อมโหมดประหยัดพลังงานอัจฉริยะที่ช่วยยืดอายุการใช้งานต่อวันได้ถึง 23% และรองรับชาร์จไว 55W เพื่อลดระยะเวลารอคอย

No.6 ประสบการณ์อัจฉริยะด้วย DokeOS_P 5.0 บน Android 16

ทำงานบนระบบปฏิบัติการล่าสุด DokeOS_P 5.0 พื้นฐาน Android 16 ที่การันตีความสดใหม่ โดยผสานพลัง AI ระดับโลกอย่าง DeepSeek-R1, ChatGPT-4o mini และ Gemini 2.0 Flash เข้าไว้ด้วยกันผ่าน Doke AI 2.0 รองรับงานสร้างสรรค์ครบวงจร ตั้งแต่งานเขียน แต่งรูป ตัดต่อวิดีโอ ไปจนถึงแต่งเพลง พร้อมการอัปเกรดระดับระบบเพื่อให้ประสิทธิภาพลื่นไหลยิ่งขึ้น ปรับแต่งส่วนบุคคลได้ลึกซึ้ง และมีความปลอดภัยที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

การวางจำหน่ายและราคา Blackview MEGA 12 รองรับการเชื่อมต่อครบครันทั้ง 5G สองซิม, NFC, Bluetooth 5.3 และระบบนำทางแบบ 5-in-1 พร้อมการันตีอัปเดต Android นาน 3 ปี มีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 มกราคมนี้ ผ่านช่องทาง Blackview Global Store บน AliExpress โดยเปิดตัวด้วยราคา Early Bird สุดเร้าใจดังนี้

  • Blackview MEGA 12: ราคา Early Bird เพียง $299.99 (ประมาณ 9,430 บาท) ลด 55% จากราคาปกติ $659.98 (ประมาณ 20,750 บาท) พร้อมของแถมและคูปองส่วนลดจำนวนจำกัด
  • Blackview X30 Smartwatch: ราคาพิเศษ $21.99 (ประมาณ 690 บาท) ลด 56% พร้อมคูปองและของขวัญช่วงเปิดตัว

ติดตามข่าวสารมือถือได้ที่
www.facebook.com/siamphonedotcom

ทำนายเบอร์มือถือ เบอร์สวย เบอร์มงคล
รับซื้อมือถือ รับเครื่องถึงบ้าน
บูลอาเมอร์ ฟิล์มกระจกกันรอยมือถือ

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่