สมาร์ทโฟน (Smartphone) | วันที่ : 17 มกราคม 2569
เสียวหมี่ ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน REDMI Note 15 Series รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยประกอบไปด้วยสมาร์ทโฟนทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ REDMI Note 15 Pro+ 5G, REDMI Note 15 Pro 5G, REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ชูจุดเด่นด้านความทนทานระดับไททันของ REDMI สมาร์ทโฟนในซีรีส์นี้ถูกออกแบบมาให้โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน ความทนทานต่อการตกกระแทกที่เสริมความแข็งแกร่ง และการป้องกันฝุ่นและน้ำที่ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับระบบกล้องที่อัปเกรดใหม่ ในประสิทธิภาพระดับเรือธง รวมถึงประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลแบบไร้รอยต่อ

ความทนทานของ REDMI Titan ออกแบบมาเพื่อรับมือทุกความท้าทายในชีวิตประจำวัน
ผลิตภัณฑ์ในทุกๆ รุ่นมาพร้อมความทนทานระดับ REDMI Titan ซึ่งได้ผสานรวมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน ความทนทานต่อการตกกระแทก และการป้องกันฝุ่นและน้ำมาไว้ให้อย่างครอบคลุม เพื่อยกระดับมาตรฐานความแข็งแกร่งใหม่ให้กับสมาร์ทโฟน REDMI Note Series ทั้งนี้สมาร์ทโฟนรุ่น REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G เป็นผู้นำของซีรีส์นี้ด้วยฟีเจอร์ด้านความทนทานที่ล้ำหน้าที่สุด ในขณะที่ทุกรุ่นได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน

หัวใจสำคัญของการอัปเกรดในครั้งนี้คือประสบการณ์แบตเตอรี่ที่ดีมากยิ่งขึ้น โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอน (SiC) ในขนาดความจุ 6500mAh ที่มีสัดส่วนซิลิคอน 10% รองรับการชาร์จเร็ว 100W HyperCharge และการชาร์จย้อนกลับ 22.5W จึงมอบทั้งความอึดและความเร็วในการชาร์จระดับเรือธง นอกจากนี้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ SiC ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกใน REDMI Note Series ยังช่วยเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานในขนาดกะทัดรัด ในสมาร์ทโฟนรุ่น Pro ทุกรุ่นแบตเตอรี่ SiC จะทำงานร่วมกับระบบจัดการแบตเตอรี่ Xiaomi Surge เพื่อช่วยคงความจุของแบตเตอรี่ไว้ได้ 80% หรือมากกว่าหลังผ่านการชาร์จ 1,600 รอบ ซึ่งเทียบเท่าการใช้งานทั่วไปยาวนานประมาณ 6 ปี

ทั้งนี้แม้ REDMI Note 15 5G จะเป็นสมาร์ทโฟน REDMI Note ที่บางที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีความบางเพียง 7.35 มม. ก็ยังสามารถบรรจุแบตเตอรี่ SiC ขนาดความจุ 5520mAh เอาไว้ได้ ในขณะที่ REDMI Note 15 มาพร้อมแบตเตอรี่ที่อัปเกรดใหม่ขนาดความจุ 6000mAh นอกจากนี้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีส์ยังรองรับการชาร์จแบบย้อนกลับ โดยรองรับกำลังไฟ 22.5W หรือ 18W ขึ้นอยู่กับรุ่น จึงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นในการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ความทนทานของโครงสร้างได้รับการเสริมความแข็งแกร่งทั้งซีรีส์ โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ได้รับการรับรองประสิทธิภาพระดับพรีเมียมจาก SGS Premium Performance ในด้านการความทนต่อการตกกระแทก การกดทับ และการงอ สมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นถูกพัฒนาบนโครงสร้าง REDMI Titan ผสานเข้ากับแผงวงจรหลักที่มีความแข็งแรงสูง เฟรมกลางที่เสริมความทนทาน และโครงสร้างดูดซับแรงกระแทกหลายชั้น เสริมด้วยกระจกหน้าจอ Corning® Gorilla® Glass Victus® ด้วยส่วนประกอบเหล่านี้จึงทำให้ผ่านการรับรองความทนทานต่อการตกจากความสูงได้ถึง 2.5 เมตร

นอกจากนี้ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังเสริมความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นด้วยแผงด้านหลังที่ทำจากวัสดุไฟเบอร์กลาสความแข็งแรงสูง22 ที่สามารถช่วยดูดซับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยมโดยที่ไม่เพิ่มน้ำหนักที่ไม่จำเป็นเข้ามา ทั้งนี้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ในซีรีส์ก็มาพร้อมโครงสร้างที่แข็งแรงทนทานซึ่งผ่านการทดสอบความทนทานต่อแรงกระแทกและการตกกระแทกอย่างครอบคลุมของ SGS จึงมอบการปกป้องที่เชื่อถือได้สำหรับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

เพื่อมอบการปกป้องรอบด้านสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน REDMI Note 15 Series ได้ยกระดับมาตรฐานการป้องกันฝุ่นและน้ำให้สูงยิ่งขึ้น โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ผ่านมาตรฐาน IP66, IP68, IP69 และ IP69K8 พร้อมการรับรองว่าสามารถทนต่อการแช่น้ำลึกได้สูงสุด 2 เมตร เป็นเวลานาน 24 ชั่วโมง โดยผ่านการรับรองความทนทานต่อการกันน้ำของสมาร์ทโฟนจาก TÜV SÜD สมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวได้ผสานองค์ประกอบการกันน้ำที่ออกแบบมาอย่างแม่นยำถึง 17 จุด เพื่อการปกป้องในระยะยาว

ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ก็ได้รับการยกระดับในการป้องกันฝุ่นและน้ำเช่นกัน โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อรับมือกับน้ำกระเซ็น น้ำหก และสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่ท้าทายในการใช้งาน ทั้งนี้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีย์ยังใช้เทคโนโลยี Wet Touch 2.0 ที่ช่วยให้หน้าจอยังคงตอบสนองได้อย่างแม่นยำแม้หน้าจอหรือนิ้วมือจะเปียกก็ตาม คุณจึงใช้งานได้อย่างลื่นไหลในทุกสถานการณ์ของชีวิต

ยกระดับระบบการถ่ายภาพขึ้นไปอักขั้นด้วย AI ขั้นสูง
REDMI Note 15 Series ได้รับออกแบบมาเพื่อมอบความคมชัดเหนือระดับในทุกการภาพถ่าย พร้อมการอัปเกรดการถ่ายภาพแบบครบวงจรให้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีย์ ด้วยการผสานรวมของเซ็นเซอร์ความละเอียดสูง ระยะโฟกัสที่หลากหลาย และการถ่ายภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูงไว้ในกลุ่มเดียวกัน
หัวใจสำคัญของการอัปเกรดครั้งนี้คือ REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ที่มาพร้อมกล้องความละเอียดสูง 200MP ใหม่ล่าสุด โดยใช้เซนเซอร์รับภาพ 200MP HPE ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในระดับสากล โดยที่เซนเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.4 นิ้วนี้ มากับการซูมแบบออปติคัลระดับเซนเซอร์ 2x และ 4x พร้อมด้วยเทคโนโลยี DAG HDR แบบสามระยะโฟกัส รวมไปถึงการประมวลผลด้วย AI ขั้นสูง ที่ช่วยให้ได้ภาพที่สมจริงและรายละเอียดที่ชัดในทุกสภาพแสง

สมาร์ทโฟนรุ่น Pro รองรับระยะโฟกัสถึง 5 ระยะ ตั้งแต่ 23 มม. ถึง 92 มม. ผ่านเลนส์เพียงตัวเดียว จึงช่วยให้สามารถจัดเฟรมภาพได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นภาพทิวทัศน์ ภาพสตรีท ภาพถ่ายบุคคล และภาพถ่ายระยะใกล้ ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 มาพร้อมระบบกล้องความคมชัดสูงระดับ 108MP และมอบประสบการณ์เทเลโฟโต้ระดับออปติคัล 3x ที่ครอบคลุมตั้งแต่ภาพมุมกว้างไปจนถึงภาพถ่ายบุคคลระยะใกล้
ภาพถ่ายของสมาร์ทโฟนทั้งหมดในซีรีส์นี้ นั้นถูกยกระดับให้ดียิ่งขึ้นด้วยเครื่องมือสร้างสรรค์และ AI อัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นอัลกอริทึมภาพถ่ายบุคคลความคมชัดสูงพิเศษ, Dynamic shots 2.0 สำหรับเอฟเฟกต์ภาพเคลื่อนไหว และการแก้ไขภาพที่ง่ายดายที่สามารถแชร์ไปยัง Instagram ได้ นอกจากนี้การปรับแต่งภาพหลังการถ่ายยังสามารถทำได้อย่างสะดวกกว่าที่เคย โดยที่ REDMI Note 15 รุ่น Pro มาพร้อม AI Creativity Assistant11 ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 มาพร้อมกับ AI image editing tools12 ที่ออกแบบมาเพื่อการสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวัน ยิ่งไปกว่านั้นสมาร์ทโฟนทุกรุ่นในซีรีย์นี้ยังรองรับฟีเจอร์ AI Remove Reflection และ AI Beautify เพื่อช่วยให้ภาพถ่ายถ่ายดูคมชัดมากยิ่งขึ้น ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียวโดยแทบไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ

ประสิทธิภาพที่ได้รับอัปเกรดและการเชื่อมต่ออัจฉริยะมากยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากความทนทานและประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพแล้ว REDMI Note 15 Series ยังมอบประสิทธิภาพที่สมดุลสำหรับการรองรับการใช้งานที่หลากหลายในทุกรูปแบบ สำหรับรุ่นท็อปสุดของซีรีส์ REDMI Note 15 Pro+ 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon® 7s Gen 4 mobile platform พร้อมยังนำระบบระบายความร้อน Xiaomi IceLoop มาใช้ในซีรีส์ REDMI Note เป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งนับเป็นการใช้ระบบรระบายความร้อนแบบ LHP เพียงหนึ่งเดียวในสมาร์ทโฟนกลุ่มราคานี้ รวมทั้งยังให้ประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนสูงถึง 3 เท่าอีกด้วย

สมาร์ทโฟนในซีรีย์นี้ ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่จาก Snapdragon และ MediaTek เพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ภาพกราฟฟิกที่ลื่นไหลกว่าเดิม และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้ดียิ่งขึ้น โดยสมาร์ทโฟนทุกรุ่นรองรับ Google Gemini และ Circle to Search with Google จึงมอบการใช้งานที่เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นพร้อมการค้นหาข้อมูลที่สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังใช้งาน Xiaomi HyperAI เพื่อมอบประสบการณ์ AI ที่ชาญฉลาดและตอบโจทย์ผู้ใช้งานในแบบเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
เพื่อการเชื่อมต่อที่ดียิ่งขึ้น สมาร์ทโฟนรุ่น Pro นั้นนำฟีเจอร์ Xiaomi Offline Communication ระดับเรือธงมาใช้เพื่อช่วยให้สามารถสื่อสารด้วยเสียงในระยะไกลในระดับกิโลเมตรได้แม้ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณเครือข่าย ในขณะที่ REDMI Note 15 Pro+ 5G ยังได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี Xiaomi Surge T1S Tuner ที่ช่วยเสริมความแรงและความเสถียรของการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi, Bluetooth®, GPS และเครือข่ายเซลลูลาร์

ประสบการณ์การใช้งานที่ดื่มด่ำด้วยหน้าจอขนาดใหญ่และเสียงอันทรงพลัง
REDMI Note 15 Series มอบประสบการณ์การรับชมที่ดื่มด่ำมากยิ่งขึ้นด้วยหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและความคมชัดที่พัฒนายิ่งขึ้น โดย REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ใช้หน้าจอขนาด 6.83 นิ้ว ในขณะที่ REDMI Note 15 5G และ REDMI Note 15 ใช้หน้าจอขนาด 6.77 นิ้ว จึงให้มุมมองที่กว้างที่เกือบจะไร้ขอบจอ ด้วยความสว่างสูงสุดถึง 3200 nits พร้อมเทคโนโลยี PWM dimming 3840Hz และการรับรองด้านการถนอมสายตาถึง 3 มาตรฐาน และด้วยการรับรองมาตรฐานการดูแลสายตาถึงสามระดับ จึงทำให้สมาร์ทโฟนในซีรีส์นี้รับประกันได้ทั้งความคมชัดและความสบายตาในทุกสภาพแสง
ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสบการณ์การรับชมให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G สามารถเพิ่มระดับความดังของเสียงได้สูงสุดถึง 400% ในขณะที่รุ่นอื่นๆ สามารถเพิ่มความดังได้สูงสุด 300% เพื่อให้คุณสัมผัสกับพลังเสียงที่ดังและชัดเจนสำหรับการรับชมภาพยนตร์ ฟังเพลง และเล่นเกม

REDMI Note 15 Series ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งานทั่วโลก ด้วยการผสานจุดเด่นอย่างลงตัว ทั้งด้านความทนทาน การถ่ายภาพ ประสิทธิภาพการทำงาน และการยกระดับประสบการณ์ด้านหน้าจอ โดยพัฒนาบนรากฐานที่เชื่อถือในความทนทานของ REDMI Titan สมาร์ทโฟนซีรีย์นี้จึงพร้อมรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ควบคู่ไปกับการมอบคุณภาพการถ่ายภาพอันเหนือระดับ ประสิทธิภาพที่ลื่นไหล และประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่นไร้รอยต่อ
การวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 Pro+ 5G ในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 รับฟรี Xiaomi Smart Air Purifier 4 compact, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ป35, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมนาคุณ 13,687 บาท นอกจากนี้ยังนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,400 บาท34

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 Pro 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB20 ในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 รับฟรี Mi Smart Standing Fan 2 Lite, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมณาคุณ 12,887 บาท และลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 Pro 5G รุ่นความจุ 8GB+256GB ระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 รับฟรี Xiaomi Backpack, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี, และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมณาคุณ 11,887 บาท นอกจากนี้ยังนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,400 บาท

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 5G รุ่นความจุ 8GB+256GB ในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รับฟรี Xiaomi Backpack, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมณาคุณ 9,488 บาท

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ REDMI Note 15 รุ่นความจุ 8GB+256GB ในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รับฟรี Xiaomi Backpack34, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี35 และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี35 รวมมูลค่าของสมณาคุณ 9,488 บาท34
นอกจากนี้ เสียวหมี่ ประเทศไทย ยังร่วมกับ เอสจี แคปปิตอล ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน REDMI Note 15 Series ด้วยโปรแกรม SG Finance+ สมัครง่าย ผ่อนสบาย อนุมัติไว ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ได้แล้ววันนี้ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ โดยดาวน์เริ่มต้น 10%
ทำนายเบอร์มือถือ เบอร์สวย เบอร์มงคล
รับซื้อมือถือ รับเครื่องถึงบ้าน
บูลอาเมอร์ ฟิล์มกระจกกันรอยมือถือ
วันที่ : 17 มกราคม 2569
รีวิว REDMI Note 15 Pro+ 5G ราชันย์สายถึก! พิสูจน์ความแกร่ง Titan Durability พร้อมแบตเตอรี่สุดอึด...
Xiaomi 17 Ultra เรือธงรุ่นใหม่ อัปเกรดกล้อง Leica และสเปคแบบยกชุด พร้อมรุ่นพิเศษเอาใจสายถ่ายอย่าง...
Xiaomi 17 Ultra รุ่น Global โผล่ฐานข้อมูล FCC! ยืนยันมาแน่ พร้อม HyperOS 3 และกล้อง Periscope 200MP
Redmi Note 15 Pro อาจมีรุ่น 4G ให้เลือก คาดใช้ชิป Helio G200 Ultra กล้องหลัง 200MP
Redmi Note 15 Series หลุดทั้งภาพ และข้อมูลสเปคก่อนเปิดตัวแบบ Global
หลุดสเปค Redmi Note 16 Pro+ จัดเต็มกล้อง 200MP แบตฯ 7,500mAh เตรียมท้าชน Realme 16 Series ปีหน้า
5 สมาร์ตโฟนกล้องคุ้มเกินราคา ในงบไม่เกิน 15,000 บาท ประจำเดือนธันวาคม 2025
ส่องสเปคหลุด POCO M8 Pro 5G ครั้งแรกกับดีไซน์ Quad-curved ในตระกูล M-Series
OPPO Find X9 Series x Pond Naravit ฉลองสิ้นปีสุดอบอุ่นไปกับคุณธีร์ ‘ปอนด์ ณราวิชญ์’
HONOR Win Series เกมมิ่งโฟนจอใหญ่ แบตฯ อึด 10,000mAh พร้อมระบบระบายความร้อนสุดล้ำ
OPPO Reno15 Series 5G สมาร์ตโฟนเพื่อนซี้ เทรนดี้ทุกช็อต อัปเกรดกล้องเซลฟี่ 0.6x กว้างสุดในอุตสาหกรรม
รวมสมาร์ตโฟนคุ้มค่าสุด ที่น่าซื้อตอนนี้ อัปเดตเดือนมกราคม 2026
Mijia Smart Air Purifier Max ฟอกอากาศภายในห้องเพียง 1.6 นาที2 ชั่วโมงที่แล้ว
AKASO 360 กล้องเก็บมุมมองครบ 360° อย่างโปร ใช้ง่ายแม้มือใหม่10 ชั่วโมงที่แล้ว
รวมสมาร์ตโฟนราคาไม่เกิน 10,000 บาทที่คุ้มที่สุด อัพเดทเดือนมกราคม 202614 ชั่วโมงที่แล้ว
12 สมาร์ตโฟน 5G รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในเดือนมกราคม 202614 ชั่วโมงที่แล้ว