แชร์

ปรับขนาดตัวอักษร - ก+ก

Microsoft ประกาศเปิดตัว Surface Pro สำหรับธุรกิจขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว เจเนอเรชันที่ 12 อย่างเป็นทางการ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบภายนอกไว้เช่นเดิม แต่ยกระดับขีดความสามารถภายในอย่างก้าวกระโดดด้วยชิปประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ระดับท็อป เพื่อตอบสนองความต้องการของแผนกไอทีที่กำลังมองหาอุปกรณ์ทำงานที่มีความยืดหยุ่นสูงในราคาเริ่มต้นราว 71,xxx บาท

ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา แล็ปท็อป 2-in-1 ซีรีส์นี้ได้พิสูจน์ตัวเองจากอุปกรณ์ทางเลือกจนกลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ของการทำงานในองค์กร สำหรับรุ่นล่าสุดนี้ ทีมออกแบบของ Microsoft ยังคงเลือกใช้แนวทางที่ปลอดภัยโดยยึดดีไซน์แชสซีวัสดุแมกนีเซียม ขาตั้งแบบปรับระดับได้ และคีย์บอร์ดแบบถอดแยกได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในโครงสร้างพื้นฐานเดิม แต่จุดเปลี่ยนที่แท้จริงนั้นซ่อนอยู่ภายใต้ฮาร์ดแวร์อันทรงพลัง

เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานระดับมืออาชีพอย่างที่ปรึกษาองค์กรหรือนักวิเคราะห์ข้อมูล สามารถสรุปสเปคและฟีเจอร์เด่นของรุ่นนี้ได้ดังนี้

  • ขุมพลังและการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์: ขับเคลื่อนด้วยชิปฯ Intel Core Ultra Series 3 โดยมีให้เลือกใช้งานทั้งรุ่น Core Ultra 5 335 และ Core Ultra 7 366H ทำงานร่วมกับ Intel AI Boost ที่ให้พลังประมวลผลสูงถึง 50 TOPS ส่งผลให้อุปกรณ์รุ่นนี้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน Copilot+ PC อย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสรุปเอกสารสัญญาหรือประมวลผลข้อมูลจำนวนมากบนตัวเครื่องได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อระบบคลาวด์
  • ระบบหน้าจอแสดงผล: ใช้จอภาพ PixelSense Flow ขนาด 13 นิ้ว ความละเอียด 2880 x 1920 พิกเซล รองรับอัตรารีเฟรชเรทแบบไดนามิกสูงสุด 120Hz พร้อมเคลือบสารลดแสงสะท้อนที่ช่วยให้การทำงานในออฟฟิศแสงจ้าทำได้ดีเยี่ยม และยังมีตัวเลือกหน้าจอแบบ OLED สำหรับผู้ที่ต้องการมิติความดำและสีสันที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
  • หน่วยความจำและพื้นที่เก็บข้อมูล: อัดแน่นด้วย LPDDR5x RAM สูงสุดถึง 64GB รองรับการจำลองระบบปฏิบัติการเสมือนหรือการทำงานที่กินทรัพยากรหนัก พร้อมทั้งใช้ Gen 4 SSD แบบถอดเปลี่ยนได้ ซึ่งเป็นผลดีอย่างมากต่อทีมไอทีขององค์กรในการสับเปลี่ยนไดรฟ์ข้อมูลโดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ทั้งชุด
  • ฟังก์ชันการเขียนและแบตเตอรี่: รองรับการทำงานร่วมกับปากกา Surface Slim Pen for Business เปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากการพิมพ์เป็นการจดบันทึกข้อมูลหน้างานได้อย่างราบรื่น ในด้านพลังงาน รุ่นหน้าจอ LCD สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานสูงสุด 17 ชั่วโมง รองรับการเดินทางตลอดวันโดยไม่ต้องมองหาปลั๊กไฟ

การตั้งราคาเริ่มต้นที่ 1,949.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 71,xxx บาท ถือเป็นการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ในระดับองค์กรอย่างชัดเจน แม้ว่าราคานี้จะยังไม่รวมคีย์บอร์ดและปากกาซึ่งต้องซื้อแยกต่างหาก แต่เมื่อคำนวณความคุ้มค่าของการลงทุนกับอุปกรณ์ที่สามารถทำหน้าที่เป็นทั้งแล็ปท็อป แท็บเล็ต และเวิร์กสเตชันพกพาได้ในเครื่องเดียว ถือเป็นสมการการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับภาคธุรกิจ

ก้าวต่อไปที่น่าจับตามองคือการประเมินปฏิกิริยาของตลาดกลุ่มองค์กร ว่าจะยังคงพึงพอใจกับดีไซน์คลาสสิกที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงนี้หรือไม่ หรือแท้จริงแล้วกลุ่มผู้ใช้งานระดับโปรนั้นให้ความสำคัญกับความรวดเร็วและความปลอดภัยของระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานบนตัวเครื่อง มากกว่าความหวือหวาของการออกแบบภายนอกเพียงอย่างเดียว

แหล่งที่มา yankodesign

ติดตามข่าวสารมือถือได้ที่
www.facebook.com/siamphonedotcom

ทำนายเบอร์มือถือ เบอร์สวย เบอร์มงคล
รับซื้อมือถือ รับเครื่องถึงบ้าน
บูลอาเมอร์ ฟิล์มกระจกกันรอยมือถือ

ไฮไลท์ข่าวเด่น

อ่าน

แบ่งปันบทความ

มือถือออกใหม่