เมื่อฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวมาถึง ปัญหาคลาสสิกที่นักเดินทางและคนชอบลืมของมักจะเจอคือการทำสัมภาระหรือของสำคัญสูญหาย UGREEN จึงได้เปิดตัวแคมเปญ "Go Light, Go Bright" เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องออกเดินทาง ด้วยการเปิดตัว UGREEN FineTrack 2 อุปกรณ์ติดตามตำแหน่งอัจฉริยะ (Smart Tracker) ไซส์มินิ ที่เข้ามาทลายข้อจำกัดของ Tracker แบบเดิมๆ ที่มักจะเทอะทะและเพิ่มน้ำหนักให้กระเป๋า โดยรุ่นนี้ชูจุดเด่นเรื่องแบตเตอรี่ที่อายุยืนยาวข้ามทศวรรษ ดีไซน์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร และการทำงานร่วมกับระบบค้นหาระดับโลกอย่างลื่นไหล ถือเป็นไอเทมที่ต้องมีสำหรับนักเดินทางในยุคนี้อย่างแท้จริง
ฟีเจอร์ไม้ตายของ UGREEN FineTrack 2 คือการได้รับการรับรองให้ทำงานร่วมกับเครือข่าย Apple Find My อย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้ใช้งานใน Ecosystem ของ Apple สามารถเชื่อมต่อและใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อ ให้ประสบการณ์ที่คุ้นเคยและปลอดภัยขั้นสุด โดยอาศัยเทคโนโลยี Global Network Finding ที่สามารถระบุพิกัดสิ่งของได้ทั่วโลก ไม่ว่ากระเป๋าของคุณจะไปตกหล่นอยู่ที่มุมไหนของโลกก็ตาม

นอกจากความสามารถในการตามหาแล้ว ยังมีระบบป้องกันการสูญหายเชิงรุกอย่าง Left Behind Alerts หรือระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะที่จะส่งสัญญาณเตือนมาที่สมาร์ตโฟนของคุณทันทีเมื่อคุณเดินห่างจากสิ่งของเกินระยะที่กำหนด ช่วยให้คุณรู้ตัวก่อนที่ของสำคัญจะหายไปจริงๆ และหากคุณอยู่ในบริเวณใกล้เคียงแต่หาของไม่เจอ ตัวเครื่องก็สามารถเปล่งเสียงเตือนภัยออกมาได้ดังกระหึ่มถึง 110dB ซึ่งดังพอที่จะทะลุเสียงรบกวนรอบข้างให้คุณหาของเจอได้อย่างรวดเร็ว
สัมผัสแรกเมื่อแกะกล่องและได้ลองจับตัวเครื่องจริง ต้องบอกว่าการออกแบบทำออกมาได้น่ารักและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก ตัวเครื่องมาในรูปทรงกลมสีดำด้านที่มีการทำลวดลายตัดเหลี่ยมมุม โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากลูกฟุตบอล เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลฟุตบอลโลกปี 2026 ขนาดของตัวเครื่องมีความกะทัดรัดมากๆ สามารถหยิบจับได้สบายๆ ด้วยปลายนิ้วเพียงสองนิ้ว ไม่เกะกะเมื่อนำไปห้อยกับพวงกุญแจหรือกระเป๋าใบโปรด

ความชาญฉลาดของการออกแบบคือการเจาะช่องดีไซน์แบบ Reflective Strip Design แทรกไว้ 3 จุดรอบตัวเครื่อง ภายในติดตั้งแถบสะท้อนแสงสีเหลืองอมเขียวที่สามารถเรืองแสงได้ในที่มืด ช่วยให้การค้นหาในเวลากลางคืนหรือในกระเป๋าที่มืดทึบทำได้ง่ายดายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ จากภาพตัวเครื่องจริงยังแสดงให้เห็นว่าตัว Tracker มาพร้อมกับสายคล้องสีดำที่แข็งแรงทนทาน ช่วยให้พร้อมใช้งานคล้องกับสิ่งของต่างๆ ได้ทันทีตั้งแต่แกะกล่อง

เรื่องความอึดทนทานก็ไม่เป็นรองใคร จากข้อมูลบนแพ็กเกจจิ้งระบุชัดเจนว่าตัวเครื่องได้รับมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 ทำให้คุณสามารถนำไปห้อยกระเป๋าเดินทางลุยฝน ลุยหิมะ ได้อย่างหมดห่วง
สรุปสเปคของ UGREEN FineTrack 2
ในแง่ของประสบการณ์การใช้งาน การที่ UGREEN FineTrack 2 เลือกใช้เครือข่าย Apple Find My ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องวุ่นวายกับการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Third-party ให้รกเครื่อง เพียงแค่นำ Tracker มาวางใกล้ๆ อุปกรณ์ Apple ของคุณก็สามารถตั้งค่าและผูกกับ Apple ID ได้ทันที การผสมผสานระหว่างระบบแจ้งเตือน Left Behind Alerts ผ่านหน้าจอสมาร์ตโฟน, เสียงร้องเตือนระดับ 110dB ที่ดังทะลุทะลวง, และแถบ Reflective Strip ที่มองเห็นได้ในความมืด ถือเป็นคอมโบ 3 ประสานที่ทำให้โอกาสที่คุณจะหาของไม่เจอนั้นแทบจะเป็นศูนย์
ความสบายใจขั้นสุดที่อุปกรณ์ตัวนี้มอบให้คือแบตเตอรี่ที่ให้มาแบบ "Ultra-long Battery Life" ซึ่งเคลมไว้ว่าใช้งานได้ยาวนานถึง 5-7 ปี ทำให้คุณสามารถห้อยมันทิ้งไว้กับกระเป๋าเดินทาง พวงกุญแจรถ หรือแม้แต่ปลอกคอสัตว์เลี้ยง แล้วลืมเรื่องการชาร์จหรือการเปลี่ยนถ่านไปได้เลยยาวๆ ตลอดหลายปี

UGREEN FineTrack 2 คือบทพิสูจน์ว่าอุปกรณ์ติดตามตำแหน่งไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาเรียบตาน่าเบื่อเสมอไป ด้วยดีไซน์ลูกฟุตบอลสุดเท่ แบตเตอรี่ที่อึดระดับ 7 ปี เสียงเตือนที่ดังสะใจ และมาตรฐานกันน้ำ IP68 ทั้งหมดนี้ทำงานอยู่บนเครือข่ายความปลอดภัยระดับโลกอย่าง Apple Find My ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักเดินทาง คนขี้ลืม หรือใครก็ตามที่อยากได้ความอุ่นใจในชีวิตประจำวัน

ด้วยราคาเปิดตัวเพียง 590 บาท ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ เพื่อแลกกับการป้องกันไม่ให้ของสำคัญสูญหาย นอกจากนี้สำหรับใครที่ต้องการรูปทรงที่แบนบางเพื่อใส่ในกระเป๋าสตางค์หรือพาสปอร์ต UGREEN ก็ยังมีตัวเลือกอย่าง FineTrack Mini 2 วางจำหน่ายในราคา 590 บาทเท่ากันอีกด้วย ใครที่สนใจสามารถไปหาซื้อกันได้แล้วที่แพลตฟอร์มออนไลน์ทั้ง Lazada และ Shopee

จอ OLED 10-bit
1188 x 2790 พิกเซล
กล้องหน้า 16MP
Qualcomm Snapdragon 7 Gen 1 Octa Core
Android 13
RAM 8 GB
ROM 256 GB
4,310 mAh
ชาร์จไว 33W
nubia Flip สมาร์ทโฟน หน้าจอ 6.9 นิ้ว Snapdragon 7 Gen 1 Octa Core ราคา 19,990 บาท