เมื่อทุกโมเมนต์สามารถกลายเป็นคอนเทนต์ได้ OPPO Reno15 Series 5G จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้การหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายภาพเป็นเรื่องง่ายและสนุกยิ่งกว่าเดิม ด้วยกล้อง AI ที่พร้อมเก็บภาพสวยในทุกสถานการณ์ ผสานกับดีไซน์แสงออโรร่าที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งการถ่ายเซลฟี่ การถ่ายกลุ่ม ไปจนถึงการสร้างคอนเทนต์ที่ดูโดดเด่นและทันสมัย
กล้อง AI อัปเกรดใหม่ ถ่ายง่าย ได้ภาพสวย ครบทุกมุมมอง
OPPO Reno15 Series 5G ชูจุดเด่นด้านการถ่ายภาพเป็นหัวใจหลักของการสื่อสาร โดยทั้ง OPPO Reno15 5G และ OPPO Reno15 F 5G มาพร้อมกล้องหน้าเซลฟี่แบบมุมกว้าง ความละเอียด 50MP รองรับระยะใหม่ 0.6x ที่ช่วยแก้ Pain Point การถ่ายเซลฟี่กลุ่มได้อย่างตรงจุด สามารถเก็บภาพทุกคนได้ครบทั้งเฟรม ไม่ต้องถอยหลังหรือกังวลว่าขอบภาพจะตัดใครออกไป เหมาะกับการถ่ายคอนเทนต์ในชีวิตประจำวันและการแชร์บนโซเชียลมีเดีย







สำหรับ OPPO Reno15 5G จะโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วย กล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x มีสไตล์ ที่ช่วยดึงฉากหลังให้เข้ามาใกล้ขึ้น สร้างมิติของภาพให้ดูโดดเด่นและมีสไตล์ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดโหมด Portrait ก็สามารถถ่ายได้ทันทีในสถานการณ์จริง พร้อมได้ภาพที่ดูมีความลึก แตกต่างจากการซูมทั่วไปอย่างชัดเจน ส่วน OPPO Reno15 F 5G แม้จะไม่มีฟีเจอร์กล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x มีสไตล์ แต่ยังคงเน้นการถ่ายที่ใช้งานง่าย ได้ภาพสวย และพร้อมแชร์ทันที
ภาพเปรียบเทียบ Portrait Zoom 1X / 2X / 3.5X



ทั้ง 2 รุ่นยังมาพร้อม AI Portrait Glow ที่ช่วยปรับผิวให้ดูสว่างใสแบบออร่าอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูหลอกตา เสริมด้วยฟีเจอร์ Popout ที่เพิ่มมิติให้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ช่วยให้ตัวแบบโดดเด่นออกจากฉากหลัง เปลี่ยนภาพธรรมดาให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่ดูเทรนดี้ ตอบโจทย์สายคอนเทนต์อย่างแท้จริง




ดีไซน์แสงออโรร่าพลิ้วไหว เทรนดี้ พรีเมียม และมีเอกลักษณ์
ดีไซน์เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของ OPPO Reno15 Series 5G โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมฝาหลังดีไซน์ แสงออโรร่าพลิ้วไหว ที่เปลี่ยนเฉดสีตามมุมมองและแสงที่ตกกระทบ สร้างความโดดเด่นตั้งแต่แรกเห็น OPPO Reno15 5G มาพร้อม 3 สีให้เลือก ได้แก่ สี Aurora White, สี Aurora Blue และสี Twilight Blue ที่เน้นภาพลักษณ์พรีเมียม ส่วน OPPO Reno15 F 5G ก็มีให้เลือก 3 สี เช่นกัน โดยจะมาแจกความสดใสด้วยสี Aurora Blue, สี Twilight Blue และสี Afterglow Pink ที่เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานวัยรุ่นมากขึ้น


ทั้ง 2 รุ่นมาในดีไซน์ขอบเหลี่ยม ตัวเครื่องบางเฉียบ ช่วยให้จับถือถนัดมือและดูทันสมัย ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านความสวยงาม แต่ยังเหมาะกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการถือถ่ายภาพ ใช้งานโซเชียล หรือพกพาตลอดวัน
ประสบการณ์ใช้งานลื่นไหล ฉลาดขึ้นด้วย ColorOS 16
OPPO Reno15 Series 5G มาพร้อม ColorOS 16 ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ลื่นไหลและเป็นระบบมากขึ้น อินเทอร์เฟซดูสะอาดตา ใช้งานง่าย พร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน รองรับทั้งการทำงาน การใช้งานโซเชียล และการสร้างคอนเทนต์ได้อย่างคล่องตัว ทำให้การใช้งานโดยรวมเป็นธรรมชาติและต่อเนื่องยิ่งขึ้น

ประสิทธิภาพการใช้งานต่อเนื่อง แบตอึด ชาร์จไว ไม่สะดุด
OPPO Reno15 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 6,500mAh รองรับชาร์จไว 80W SUPERVOOC ส่วน OPPO Reno15 F 5G จะโดดเด่นด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 7,000mAh รองรับชาร์จไว 80W SUPERVOOC เช่นเดียวกัน ช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน ลดเวลาการรอ และเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานในทุกสถานการณ์


AI อัจฉริยะครบระบบ ใช้งานลื่น เสถียร ในทุกสถานการณ์
OPPO Reno15 Series 5G ผสานการทำงานของ AI อย่างรอบด้าน ทั้ง AI Mind Space ที่ช่วยจัดการข้อมูลและการใช้งานให้เป็นระบบ, AI Super ToolBox ที่เพิ่มความสะดวกในการทำงานแบบมัลติทาสก์, AI HyperBoost 2.0 ที่ช่วยให้การใช้งานลื่นไหล เสถียร แม้ใช้งานต่อเนื่อง และ AI LinkBoost 3.0 ที่ช่วยเพิ่มความเสถียรของสัญญาณและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การทำงานไปจนถึงการสร้างคอนเทนต์ เป็นไปอย่างราบรื่นไม่สะดุด

ทดลองเล่นเกม Free Fire เฟรมเรทสูง ลื่นไหลที่สุด
จากการทดลองเล่นเกม Free Fire บน OPPO Reno15 Series 5G พบว่าสามารถเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลด้วย เฟรมเรตสูงระดับ 120fps การแสดงผลของภาพมีความต่อเนื่อง เฟรมภาพนิ่งและเสถียร ไม่พบอาการกระตุกหรือเฟรมดรอประหว่างการเล่น ไม่ว่าจะเป็นจังหวะวิ่ง เปลี่ยนอาวุธ เล็งยิง หรือการปะทะแบบเรียลไทม์ ทำให้ควบคุมตัวละครได้แม่นยำและตอบสนองได้ทันใจ ตลอดการเล่นเกม เครื่องยังคงทำงานได้อย่างเสถียร แม้เล่นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ภาพยังคงคมชัด การเคลื่อนไหวลื่นไหลสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มอรรถรสและความได้เปรียบในการเล่น


สเปคเบื้องต้นของ OPPO Reno15 5G

สเปคเบื้องต้นของ OPPO Reno15 F 5G

OPPO Reno15 5G และ OPPO Reno15 F 5G ภายนอกจะมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย โดย OPPO Reno15 5G มีขนาดรอบตัวเครื่องอยู่ที่ 158 × 74.83 × 7.77 มม. (สี Twiling Blue), 158 × 74.83 × 7.89 มม. (สี Aurora White) และ 158 × 74.83 × 7.89 มม. (สี Aurora Blue) น้ำหนัก 197 กรัม มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล AMOLED กว้าง 6.59 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2760 × 1256 พิกเซล) รองรับอัตรารีเฟรซเรทสูงสุด 120Hz ตัวเครื่องที่ได้มารีวิวจะเป็นสี Aurora Blue เป็นสีฟ้าอ่อนๆ แบบมินิมอล มีความเล่นแสงได้อย่างโดดเด่นเหมือนยกแสงเหนือมาไว้ในฝาหลังจริงๆ



ส่วนรุ่นน้องอย่าง OPPO Reno15 F 5G มีขนาดรอบตัวเครื่องอยู่ที่ 158.18 × 74.93 × 8.14 มม. น้ำหนัก 195 กรัม (สี Twiling Blue), 158.18 × 74.93 × 8.27 มม. น้ำหนัก 202 กรัม (สี Aurora Blue) และ 158.18 × 74.93 × 8.14 มม. น้ำหนัก 195 กรัม (สี Afterglow Pink) มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล AMOLED กว้าง 6.57 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2760 × 1256 พิกเซล) รองรับอัตรารีเฟรซเรทสูงสุด 120Hz ตัวเครื่องที่ได้มารีวิวจะเป็นสี Afterglow Pink จะเป็นสีชมพูอ่อนๆ มีความมินิมอล เอาใจสายหวานเล็กน้อย




ด้านบนของหน้าจอของทั้ง 2 รุ่น เป็นกล้องหน้าเจาะรูแบบ Punch-hole โดย OPPO Reno15 5G และ OPPO Reno15 F 5G มาพร้อมกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 50MP รองรับมุมกว้างพิเศษ 0.6x ช่วยให้การถ่ายเซลฟี่กลุ่มทำได้ง่ายขึ้น เก็บทุกคนได้ครบในเฟรมเดียว พร้อมรูรับแสง f/2.0 เหนือขึ้นไปบริเวณขอบจอเป็นลำโพงเสียงสำหรับการสนทนาและการรับฟังมัลติมีเดีย รอบตัวเครื่องของทั้ง 2 รุ่น ประกอบไปด้วย


ราคาและการวางจำหน่าย
OPPO Reno15 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สี Aurora White, สี Aurora Blue และสี Twilight Blue โดยมีราคาและความจุดังนี้
OPPO Reno15 F 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สี Aurora Blue, สี Twilight Blue และสี Afterglow Pink โดยมีราคาและความจุดังนี้
จอ OLED 10-bit
1188 x 2790 พิกเซล
กล้องหน้า 16MP
Qualcomm Snapdragon 7 Gen 1 Octa Core
Android 13
RAM 8 GB
ROM 256 GB
4,310 mAh
ชาร์จไว 33W
nubia Flip สมาร์ทโฟน หน้าจอ 6.9 นิ้ว Snapdragon 7 Gen 1 Octa Core ราคา 19,990 บาท