ชิปเซ็ต (Chipset) | วันที่ : 25 กุมภาพันธ์ 2569
ไมโครซอฟท์ เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมพร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน AI เปิดตัว “Maia 200” ชิปเร่งการประมวลผล AI สำหรับงานอินเฟอเรนซ์เจเนอเรชันล่าสุด ออกแบบมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ AI อินเฟอเรนซ์ขนาดใหญ่ ด้วยประสิทธิภาพเหนือชั้นและต้นทุนในการประมวลผลที่ลดลง Maia 200 มอบสมรรถนะสูงในการรันโมเดล AI ที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ Azure ของไมโครซอฟท์ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ายิ่งขึ้น

Maia 200 ผลิตด้วยกระบวนการ TSMC 3 นาโนเมตร ประกอบด้วยทรานซิสเตอร์กว่า 1 แสนล้านตัว ตอบโจทย์งาน AI ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ ด้วยความสามารถในการประมวลผล 4-bit (FP4) ได้มากกว่า 10 PetaFLOPS และ 8-bit (FP8) ที่ประมาณ 5 PetaFLOPS ทำให้สามารถรันโมเดล AI ที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วและมีศักยภาพรองรับโมเดลในอนาคต โดยออกแบบระบบหน่วยความจำใหม่ทั้งหมดเพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านการส่งข้อมูล ด้วยระบบหน่วยความจำ HBM3e ขนาด 216GB ที่ความเร็ว 7 TB/s, on-chip SRAM ขนาด 272MB และ Data Movement Engine ที่ช่วยให้โมเดลขนาดใหญ่สามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ ประสิทธิภาพด้านราคาต่อหน่วย (perf/$) ยังดีกว่าระบบเดิมถึง 30% ทำให้ Maia 200 เป็นระบบอินเฟอเรนซ์ ประสิทธิภาพสูงที่สุดที่ไมโครซอฟท์เคยนำมาใช้งาน

นอกจากนี้ Maia 200 รองรับแบนด์วิดท์ Dedicated Scale Up ถึง 1.4 TB/s สามารถขยายการทำงานในคลัสเตอร์ขนาดใหญ่ได้ถึง 6,144 ตัว มอบประสิทธิภาพที่ปรับขนาดได้สำหรับคลัสเตอร์อินเฟอเรนซ์ ที่มีความหนาแน่นสูง ช่วยลดการใช้พลังงานและต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน Azure ทั่วโลกของไมโครซอฟท์ พร้อมที่จะบูรณาการเข้ากับ Azure Control Plane เพื่อการรักษาความปลอดภัย การตรวจสอบ และการจัดการที่ดีที่สุดในระดับชิปและระดับแร็ค
ด้วยแนวทางที่ครบวงจรตั้งแต่การออกแบบชิป ซอฟต์แวร์ระบบ ไปจนถึงการผสานเข้ากับดาต้าเซ็นเตอร์ ส่งผลให้โมเดล AI สามารถเริ่มทำงานบนชิป Maia 200 ได้อย่างรวดเร็วหลังชิปพร้อมใช้งาน ช่วยเร่งระยะเวลาจากความพร้อมของซิลิคอนไปสู่การใช้งานจริงในดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ช่วยให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้โครงสร้างพื้นฐาน ย่นระยะเวลาในการผลิต และมอบประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านต้นทุนและการใช้พลังงานในระดับคลาวด์ขนาดใหญ่

ปัจจุบัน ไมโครซอฟท์ได้เริ่มใช้งาน Maia 200 ในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ทั่วโลกของบริษัท นำร่องโดยทีม Microsoft Superintelligence ที่นำไปใช้สร้างข้อมูลสังเคราะห์และการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง เพื่อปรับปรุงโมเดลภายในองค์กร ที่สำคัญMaia 200 จะถูกใช้ขับเคลื่อนปริมาณงาน AI ใน Microsoft Foundry และ Microsoft 365 Copilot ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐาน AI ของไมโครซอฟท์ และจะเปิดให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ได้เปิดให้ลงทะเบียนทดลองใช้ Maia SDK สำหรับนักพัฒนา นักวิชาการ และผู้ร่วมโครงการโอเพนซอร์ส เพื่อช่วยให้สามารถปรับแต่งและปรับปรุงโมเดลและปริมาณงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการพัฒนา AI โดย Maia SDK ประกอบด้วย Triton Compiler, PyTorch, และ Maia Simulator ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองใช้ Maia SDK ได้ที่เว็บไซต์ทางการของไมโครซอฟท์
ทำนายเบอร์มือถือ เบอร์สวย เบอร์มงคล
รับซื้อมือถือ รับเครื่องถึงบ้าน
บูลอาเมอร์ ฟิล์มกระจกกันรอยมือถือ
วันที่ : 25 กุมภาพันธ์ 2569
พรีวิว Samsung Galaxy S26 Ultra เรือธงจอกันเผือกแห่งปี พร้อมความเบาบางที่สุดตั้งแต่เคยมีมาบน S Ultra
OPPO กับ Running Man Thailand รับประกันความสนุกสุดฮาทุกซีนด้วย OPPO Reno15 Series 5G
WellTime Deep กำไลสุขภาพอัจฉริยะ ปลดล็อกคุณภาพการนอน เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
Xiaomi ห่วงใยสุขภาพเยาวชนไทย มอบเครื่องฟอกอากาศเพื่อป้องกันฝุ่น PM 2.5
Dyson เปิดตัวสีลิมิเต็ดอิดิชั่น Ceramic Apricot ในไทย เป็นประเทศแรกของโลก!
Google เปิดตัว Project Genie ให้สมาชิก AI Ultra สหรัฐฯ ทดลองสร้างโลกเสมือนจริงด้วยโมเดล Genie 3
TCL K70 Power สมาร์ตโฟน 4G โผล่บนร้านค้า Lazada ประเทศไทย คาดเตรียมประกาศขายเร็วๆ นี้
WellTime Deep กำไลสุขภาพอัจฉริยะ ปลดล็อกคุณภาพการนอน เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
vivo V70 การกลับมาที่โดดเด่นในทุกมิติ พร้อมโปร Blind Booking สุดพิเศษที่ Advice
HUAWEI MatePad 11.5 S 2026 แท็บเล็ตที่ก้าวล้ำด้วยฟังก์ชันระดับพีซี แต่ยืดหยุ่นไร้ขีดจำกัด